เมื่อหุ่นยนต์ถูกนำมาใช้คัดเลือกผู้สมัครงาน ทำยังไงกันดีเหล่ามนุษย์

โลกในยุคดิจิทัล นี้มีเทคโนโลยีสุดว้าวที่มาอำนวยความสะดวกให้กับผู้คน และในอีกมุมหนึ่งเทคโนโลยีก็เข้ามาทำงานหลายอย่างแทนมนุษย์จากที่เรามักคิดว่าเทคโนโลยีจะทำงานที่เป็น Hard Skill ได้นั้น ต้องคิดใหม่แล้วเพราะเทคโนโลยีอย่าง  AI มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ได้ใกล้เคียงกับมนุษย์และกำบังมีบทบาทในการเข้ามาคัดเลือกผู้สมัครงาน 

อย่างกรณีของ บริษัท Unilever ซึ่งมีสินค้าอยู่ในสังกัดมากกว่า 400 แบรนด์ ใช้วิธีการรับสมัครงานมนุษย์โดยใช้ AI ในการทำงานคัดสรรว่าใครจะมีคุณสมบัติตรงกับที่องค์กรต้องการ และจะคัดผู้สมัครงานที่ไม่เพียงพอออกจากการแข่งขัน   น่าสนใจไปมากกว่านั้น ผู้สมัครงานที่ผ่านการคัดเลือกรอบแรกต้องเข้าสู่การทดสอบด้วย ออนไลน์ 12 เกมส์เพื่อทดสอบความสามารถทางด้านต่างๆของตัวเอง

สิ่งที่ AI ทำการประเมินผู้สมัคงาน ทำได้จากการประมวลเกี่ยวกับ จากคำศัพท์ที่ใช้ สีหน้าท่าทาง อารมณ์ภาษากาย ปฏิกิริยา ความรวดเร็วในการตอบคำถาม โดยจะวิเคราะห์ออกมาเป็นระดับความฉลาด บุคลิกภาพ และความมั่นคงทางอารมณ์  มีการใช้ระบบ AI มาสักพักหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถสรุปอย่างเป็นทางการว่ามันจะให้ผลลัพธ์ได้อย่างถูกต้องแม่นยำแต่แน่นอนว่ามันสามารถช่วยลดระยะเวลาการทำงานของการคัดเลือกคนทำงานได้เป็นอย่างมาก

การพัฒนา AI ในปัจจุบันยังคงเป็นการควบคุมโดยมนุษย์แต่เราก็ได้เห็นก้าวต่อไปสู่การก้าวไปสู่วิธีการทำงานแบบ Automation ที่ทำให้มนุษย์ต้องเริ่มมาตระหนักคิดแล้วว่าจะพัฒนาศักยภาพของตัวเองยังไงไม่ให้ AI มาแย่งงานทำ หรือจริงๆแล้วเมื่อ AI มาทำงานแทนคุณได้คุณต้องสามารถสร้าง Value อื่นๆให้กับองค์กรเพื่อความอยู่รอดในสายงานของคุณ

แม้เราจะเคยผ่านการใช้ชีวิตร่วมกับระบบ Automation มาแล้วเช่น การทำงานที่ตอบสนองผลลัพธ์สั้นๆ แต่ ในยุคที่ผ่านมา Automation ยังไม่ใช่ระบบที่สมบูรณ์มากนัก แต่วันนี้และวันข้างหน้าไม่เป็นเช่นนี้แล้ว มนุษย์ต้องเตรียมตัวเองให้ดี วันนี้ AI ทำหน้าที่คัดเลือกผู้สมัครงาน วันหน้าอาจไม่จำเป็นว่าคุณต้องมาสมัครงานเพราะ AI ทำงานแทนคุณอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อไปถึงจุดนั้นมนุษย์ก็ต้องหาความชอบธรรมในการทำงานที่มีคุณค่า ในอนาคตอันใกล้นี้ อัตราการว่างงานน่าจะเพิ่มขึ้นเพราะ AI ไม่ได้หยุดพัฒนา AI ทำงานอย่างไม่เหนื่อย ไม่บ่น ไม่เรื่องมาก แต่คนล่ะคุณเป็นแบบนั้นไหม

ถ้ามนุษย์จะสู่ AI ได้คุณต้องสามารถให้ในสิ่งที่ AI ไปไม่ถึงคือการให้ความคิดสร้างสรรค์ การให้บริการที่มีการใส่อารมณ์ความรู้สึก ความจริงใจความเป็นมนุษย์ลงไป ในขณะที่ทักษะที่ต้องการการคิดวิเคราะห์ที่ซับซ้อนมากๆ การวินิจฉัยสิ่งต่างๆที่มีความละเอียดและต้องใช้ความรู้สึกร่วมด้วย เป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องไม่หยุดพัฒนาตัวเอง

Please follow and like us:

5 เทคนิคพิชิตใจ HR สมัครงานครั้งไหนก็ไม่ต้องหวั่น

ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์หรือ HR เป็นด่านแรกที่คุณจะต้องเจอเมื่อไปสมัครงาน การพิชิตใจให้คน HR ประทับใจในตัวคุณซึ่งเป็นผู้สมัครงานจึงสำคัญมาก เมาดูกันเถอะว่าคน HR มองหาอะไรในตัวผู้สมัคร ที่จะยกให้เป็นผู้สมัครที่เข้าข่ายน่าสนใจ

1. เริ่มจากแสดงให้ฝ่าย HR รู้ว่าคุณมีทักษะพร้อมในการทำงาน

มีความรู้หรือทักษะในสายงานที่ได้ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับสายงานหรือตำแหน่งงานที่สมัครได้   เพราะหากคุณพร้อมในการทำงานองค์กรจะสามารถลดค่าใช้จ่ายใยหารเทรนงานและฝึกอบรมคุณลงได้มาก   ยิ่งถ้าคุณมีทักษะเฉพาะทางจะทำให้คุณโดดเด่นและดูมีภาษีดีกว่ากว่าคนอื่นๆ

2. สื่อสารให้ HR รู้ว่าคุณมีทัศนคติที่ดีกับองค์กรที่มาสมัครงาน

หน้าที่ของ HR คือการทำให้คนมีความรักและผูกพันกังองค์กร คนที่มีทัศนคติที่ดีต่อองค์กร ตำแหน่งงาน  เพื่อนร่วมงาน หรือสิ่งรอบๆ ตัว จะช่วยให้การทำงานราบรื่นและออกมาดี  ดังนั้นอย่าลืมที่จะแสดงให้ HR เห็นด้วยว่าคุณมีลักษณะนิสัยที่เหมาะกับองค์กรของเขา เช่น ชื่นชอบในแนวทางการทำงานขององค์กร ศรัทธาความสามารถของผู้บริหาร ใฝ่ฝันที่จะมาทำงานในองค์กรนี้มานานแล้ว

3. เสนอว่าคุณสามารถเพิ่มผลตอบแทนให้กับองค์กรได้

ด้วยวิธีต่างๆข้อนี้จะเห็นผลได้ดีในกรณีผู้สมัครงานที่ทำงานมานานและเปลี่ยนองค์กร  คนที่มีประสบการณ์ในสายงานนั้นๆ จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานในอนาคตได้ การที่ HR สามารถคัดเลือกคนที่สร้างผลตอบแทนให้องคกรได้ถือเป็นสิ่งที่สะท้อนการทำงานที่ประสบความสำเร็จของฝ่าย HR ด้วย

4. ทำให้ HR เชื่อมั่นว่าคุณมีความสามารถที่จะมาทดแทนทักษะและประสบการณ์ที่ขาดไป

อธิบายสิ่งที่คุณเคยทำ และทักษะที่คุณได้รับมาจากการทำงานที่ผ่านมา หลายองค์กรมีความเร่งรีบในการหาผู้สมัครงานที่ต้องพร้อมต่อการทำงานในทันทีและต้องรีบหาคนใหม่มาแทนคนเก่า การที่คุณแสดงออกว่าพร้อมในการเริ่มงานและจะมาสานงานต่อเนื่องได้จะทำให้คุณเป็นคนที่ถูกเลือกได้ง่ายๆ

5. จงเรียกเงินเดือนที่สมเหตุผล

การพิจารณาเงินเดือนเป็นส่วนสำคัญที่ฝ่าย HR ต้องพิจารณาคุณควรที่จะแสดงให้เห็นว่าเงินเดือนที่คุณเรียกนั้นองค์กรมีความสามารถในการจ่ายและเป็นไปตามอัตราโครงสร้างเงินเดือนของตลาดงาน เพื่อที่ HR จะสามารถนำส่วนนี้ไปเสนอต่อผู้เกี่ยวข้องอื่นๆได้ อย่างสมเหตุผล หลายคนเรียกเงินเดือนเกินความสามารถแม้คุณมีคุณสมบัติน่าสนใจแต่อาจถูกปฏิเสธโดยที่ยังไม่ได้แสดงออกให้ทราบถึงความสามารถของคุณ ด้วยซ้ำไป

Please follow and like us:

เด็กจบใหม่ต้องเตรียมตัวอย่างไรเมื่อไปสมัครงาน

ทุกปีมีบัณฑิตจบใหม่ร่วมแสนคนทุกคนเมื่อจบการศึกษาแล้วก็มุ่งเข้าสู่ตลาดแรงงาน การสมัครงานเป็นสิ่งที่ทุกคนเหมือนว่าต้องทำเพราะถึงเวลาที่จะนำความรู้ที่ได้มาใช้ในการทำงานจริง แต่หลายคนเมื่อไปสมัครงานแล้วก็จะพบว่าองค์กรต่างๆต้องการคนที่มีประสบการณ์ แล้วเด็กจบใหม่จะทำยังไงดี การเตรียมตัวสำหรับการสมัครงานจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เด็กจบใหม่ทุกคนควรที่จะเรียนรู้ไว้เพื่อเพิ่มโอกาสได้งาน เรามาดูไปพร้อมกันว่าเด็กจบใหม่ควรที่จะเตรียมตัวอย่างไรเมื่อต้องไปสมัครงาน

สมัครงาน
เริ่มจาก  ตอบคำถามตัวเองให้ดีกว่าอยากอยู่ในสายอาชีพอะไร  แม้ว่าหลายคนจะเรียนสาขาวิชาที่มีความเป็นวิชาชีพสูง เช่น วิศวกรรม ศึกษาศาสตร์  การบัญชี แต่คุณไม่จำเป็นต้องทำงานในสายอาชีพเท่านั้น ต้องคิดว่างานไหนที่เหมาะสมกับเรา ทำแล้วมีความสุข และคุณมีความสามารถสำหรับทำงานอะไรชีวิตการทำงานต่างจากการเรียนบางคนเรียนไปแล้วรู้ว่าไม่ชอบสิ่งที่เรียน แล้วยังจะมาใช้ชีวิตกับสิ่งนี้อีกคุณอาจกำลังหลงทาง  เมื่อพบแล้วว่าจริงๆอยากอยู่ในสายอาชีพอะไร จงหาข้อมูลเกี่ยวกับสายอาชีพนั้น ๆ อาจปรึกษาคนใกล้ตัว เช่น ครอบครัว เพื่อน หรือคนที่อยู่ในสายอาชีพที่เราสนใจ จากนั้นก็วางแผนเข้าสู่สายอาชีพนั้นๆ บางทีคุณอาจต้องศึกษาอะไรเพิ่มเช่น การทดสอบภาษา หรือ ความสามารถที่มีใบประกาศนียบัตรเพื่อใช้ประกอบการสมัครเข้าสู่สายอาชีพที่ต้องการ

จัดทำแฟ้มผลงาน (Portfolio) เพื่อเก็บรวบรวมผลงาน และแสดงให้เห็นประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน   เช่น ประสบการณ์การฝึกงาน อบรม กิจกรรม หรืองานพิเศษต่าง ๆ ที่เคยทำมา จัดทำเรซูเม่ ให้มีความน่าสนใจ มากกว่าการเขียนเพื่อบอกเล่าตามแบบฟอร์มเดิมๆ ต้องใส่ใจกับเรซูเม่ให้มากเพราะถือเป็นสิ่งแรกที่ทำให้บริษัทได้ทำความรู้จักคุณ แสดงให้เห็นความพร้อมของคุณต่อการทำงานในตำแหน่งงานที่สมัครและแสดงจุดมุ่งหมายในอาชีพให้องค์กรได้รับรู้

 

เตรียมเอกสารการสมัครงานอย่างรอบครอบ หลายครั้งการเตรียมเอกสารที่ไม่เรียบร้อยของผู้สมัครทำให้องค์กรปฏิเสธการสมัครงานของคนคนนั้นไปเลยเพราะมันสะท้อนถึงความไม่มีระเบียบและความรอบครอบ ให้ถ่ายสำเนาเอกสารสำคัญต่าง ๆ รับรองสำเนาถูกต้องอย่างถูกวิธี  เตรียมรูปถ่ายชุดสุภาพสำหรับใช้ในการสมัครงานให้เรียบร้อยอย่าใช้รูปที่ใส่ชุดครุย จัดเรียงเอกสารให้ถูกต้องตามลำดับ กรอกรายละเอียดใบสมัครให้ครบถ้วน

 

ในการยื่นใบสมัครหากต้องยื่นด้วยตนเอง แต่งกายให้สุภาพ เมื่อต้องเข้าไปในองค์กร เมื่อส่งเอกสารแล้วควรสอบถามระยะเวลาในการติดต่อกลับของเจ้าหน้าที่รับสมัคร เพื่อที่คุณจะได้ทราบการเตรียมตัวในการทดสอบในขั้นตอนต่อไป อย่าลืมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการสมัครงาน จากนั้นรอการติดต่อกลับ หากองค์กรสนใจในตัวคุณการสัมภาษณ์หรือการทดสอบอื่นๆจะเป็นลำดับต่อไป

Please follow and like us: